จากงานเลขาสุดเท่ต้องกลายร่างมาเป็นแม่บ้าน ตอนแรกๆก็ทำใจยากอยู่สักหน่อยเพราะจากการมีรายได้เป็นของตัวเองต้องมาขอเงินสามีใช้ แต่ทำไงได้ในเมื่อเราเลือกที่จะเดินในเส้นทางนี้เอง
ทำงานอะไรดี เริ่มจากส่งหนังสือพิมพ์ฟรีอาทิตย์ละครั้ง วันพุธ ทุกวันอังคารตอนบ่ายๆจะมีรถมาส่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตามจำนวนบ้านและเขตที่เรารับผิดชอบ ความรับผิดชอบของเราคือ 290 บ้าน
หลังจากรถมาส่ง ราจะต้องพับหนังสือพิม์พร้อมส่ง ถ้ามีแผ่นโฆษณาแทรกมาด้วยก็จะได้เงินเพิ่มขณะเดียวกัน งานดับก็จะกินเวลามากขึ้นไปอีก หนังสือพิมพ์นี้จะต้องส่งให้หมดภายในวันพุธและส่งทุกบ้านที่ไม่มีสติเกอร์ว่าไม่รับ บ้านที่ไม่ต้องการรับหนังสือพิมพ์นี้จะมีสติกเกอร์ติดที่ช่องรับจดหมาย แบ่งเป็นสองแบบแบบแรกรับเฉพาะจดหมายหรือสิ่งพิมพ์จากไปรษณีย์เท่านั้้นไม่รับโฆษณา แบบที่สองรับสิ่งพิมพ์จากไปรษณีย์และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ไม่รับโฆษณา
ยังจำได้ดีว่าเริ่มงานนี้ตอนเดือนมกราคม อากาศหนาว หิมะตกหนัก วันพุธเช้าต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์
เอาหนังสือพิมพ์ใส่กระเป๋าท้ายจักรยานและปั่นออกไปอย่างทุลักทุเล ตามถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่กำลังละลายเป็นน้ำแข็งใส เอาจักรยานไปพิงไว้กับรั้วแถวนั้น เดินออกไปส่งตามบ้าน น้ำตาไหลพรากจากความหนาวเย็นที่พัดผ่านมาปะทะใบหน้า และความรันทดในหัวใจ เฝ้าถามตัวเองตลอดทางว่าเรามาทำอะไรที่นี่ หนาว เหนื่อย บางบ้านถูกช่องใส่จดหมายหนีบนิ้วจนเลือดคั่ง
ด้วยงานที่หนักและเงินน้อยนิด เราจำเป็นต้องบอกลางานนี้หลังจากทำได้เกือบปี
บันทึกงาน บรรณารักษ์
วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561
ห้องสมุด สุดที่รัก
หลังจากย้ายมาจากเมืองไทยมาอยู่ฮอลแลนด์ ต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนภาษาดัทช์ อาทิตย์ละ 2 วัน
ตื่นเต้นมากๆเลย ได้เจอเพื่อนต่างชาติต่างภาษาที่มาจากทั่วโลก บางคนอยู่มานานกว่าสิบปีแต่ไม่เคยเรียนเพราะเมื่อก่อนรัฐบาลยังไม่มีการบังคับให้ทุกคนต้องสอบวัแระดับทางภาษาเพื่อขอสัญชาติ
กฏอะไรๆใหม่ๆออกมากันมากมายทั้งสอบภาษาจากเมืองไทย มาถึงก็ต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมอีก อะไรจะมากมายขนาดนี้
วันแรกในวิชาเรียนปฏิบัติ ทุกคนมีแฟ้มคนละ หนึ่งอันพร้อมกระดาษแบบฟอร์มอีกมากมาย ต้องทำพอร์ตโฟลิโอ เขาว่างั้น เอาแล้วไง ทำไงละทีนี้ ครูมอบหมายให้สาวชาวยุโรปตะวันออกคนหนึ่งมาเป็นพี่เลี้ยงเรา ในการทำพอร์ตนี้แบ่งออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน ทั้งเรื่องงาน หางาน ทำงาน ติดต่อส่วนราชการ เพื่อนร่วมงาน การใช้ชีวิต หางานทำไงดี ก็ยังไม่มีงานทำนี่นา เห็นเพื่อนๆคนที่เขามีลูก เขาก็ไปเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนของลูก บางคนก็ไปดูแลคนชรา หรือสถานเลี้ยงเด็ก เอาไงดีละทีนี้ งานทั้งหมดที่ว่ามาเราไม่ชอบเลยสักอย่าง ต้องย้อนกลับมาคิดว่า แล้วชอบอะไรบ้างหล่ะ กลับมานอนคิดอยู่หลายวัน นึกขึ้นมาได้ ว่าเราชอบงานห้องสมุด งานเอกสาร หองสมุดที่นี่อยู่ไหนก็ไม่รู้ เริ่มหาจากอินเตอร์เนต วันรุ่งขึ้นรีบไปทันได
เพิ่งมาอยู่ใหม่ๆ ภาษาก็ยังไม่ดีพูดได้งูๆปลาๆ เป็นไงเป็นกัน
ไปยืนยิ้มอยู่หน้าเค้าเตอร์ พร้อมกับบอกเขาว่า ขอฝึกงานค่ะ พนักงานบอกให้ไปคุยกับผู้จัดการ ก็พยายามอธิบายกันอยู่พักใหญ่ สรุปว่าได้เริ่มงานเลย วันพุธ กับวันศุกร์ ดีใจจังเลยได้งานไปเขียนในพอร์ทแล้ว
วันพุธช่วยเตรียมหนังสือ จัดหนังสือ รวมทั้งสแกนหนังสือเพื่อเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ห้องสมุดรุ่นใหม่จะให้คนยืมและคืนจากเครื่องสแกน ไม่ต้องใช้พนักงานมาก
เริ่มงานวันแรกตื่นเต้นมาก นี่จะเป็นงานชิ้นแรกเลยนะในต่างแดน
หลังจากฝึกงานอยู่หนึ่งเดือนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ได้เอกสารทำรายงานครบครัน หลังจากนี้จะได้ทำงานจริงๆแบบได้ค่าจ้างเพราะห้องสมุดต้องการคนช่วยงานพอดี อะไรจะโชคดีขนาดนี้ ตกลงเซ็นสัญญากันเลย
งานของเราคือแสกนหนังสือติดบาร์โค๊ตเข้าระบบใหม่ ต่อไปลูกค้าจะยืม คืนหนังสือเองจากคอมพิวเตอร์ที่ทางห้องสมุดเตรียมไว้ให้ งานง่ายสบายๆทำอย่างมีความสุข หกเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ฝันร้ายก็เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อห้องสมุดหมดงบ มีการรีออกาไนส์ ปรับเปลี่ยนองค์กร สัญญาถูกเลิกจ้าง ต้องกลับมาเตะฝึ่นอีกครั้ง แต่ตอนนี้เราเรีบยจบแล้ว สอบผ่านทุกตัวแล้ว ดีใจจัง
ตื่นเต้นมากๆเลย ได้เจอเพื่อนต่างชาติต่างภาษาที่มาจากทั่วโลก บางคนอยู่มานานกว่าสิบปีแต่ไม่เคยเรียนเพราะเมื่อก่อนรัฐบาลยังไม่มีการบังคับให้ทุกคนต้องสอบวัแระดับทางภาษาเพื่อขอสัญชาติ
กฏอะไรๆใหม่ๆออกมากันมากมายทั้งสอบภาษาจากเมืองไทย มาถึงก็ต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมอีก อะไรจะมากมายขนาดนี้
วันแรกในวิชาเรียนปฏิบัติ ทุกคนมีแฟ้มคนละ หนึ่งอันพร้อมกระดาษแบบฟอร์มอีกมากมาย ต้องทำพอร์ตโฟลิโอ เขาว่างั้น เอาแล้วไง ทำไงละทีนี้ ครูมอบหมายให้สาวชาวยุโรปตะวันออกคนหนึ่งมาเป็นพี่เลี้ยงเรา ในการทำพอร์ตนี้แบ่งออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน ทั้งเรื่องงาน หางาน ทำงาน ติดต่อส่วนราชการ เพื่อนร่วมงาน การใช้ชีวิต หางานทำไงดี ก็ยังไม่มีงานทำนี่นา เห็นเพื่อนๆคนที่เขามีลูก เขาก็ไปเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนของลูก บางคนก็ไปดูแลคนชรา หรือสถานเลี้ยงเด็ก เอาไงดีละทีนี้ งานทั้งหมดที่ว่ามาเราไม่ชอบเลยสักอย่าง ต้องย้อนกลับมาคิดว่า แล้วชอบอะไรบ้างหล่ะ กลับมานอนคิดอยู่หลายวัน นึกขึ้นมาได้ ว่าเราชอบงานห้องสมุด งานเอกสาร หองสมุดที่นี่อยู่ไหนก็ไม่รู้ เริ่มหาจากอินเตอร์เนต วันรุ่งขึ้นรีบไปทันได
เพิ่งมาอยู่ใหม่ๆ ภาษาก็ยังไม่ดีพูดได้งูๆปลาๆ เป็นไงเป็นกัน
ไปยืนยิ้มอยู่หน้าเค้าเตอร์ พร้อมกับบอกเขาว่า ขอฝึกงานค่ะ พนักงานบอกให้ไปคุยกับผู้จัดการ ก็พยายามอธิบายกันอยู่พักใหญ่ สรุปว่าได้เริ่มงานเลย วันพุธ กับวันศุกร์ ดีใจจังเลยได้งานไปเขียนในพอร์ทแล้ว
วันพุธช่วยเตรียมหนังสือ จัดหนังสือ รวมทั้งสแกนหนังสือเพื่อเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ห้องสมุดรุ่นใหม่จะให้คนยืมและคืนจากเครื่องสแกน ไม่ต้องใช้พนักงานมาก
เริ่มงานวันแรกตื่นเต้นมาก นี่จะเป็นงานชิ้นแรกเลยนะในต่างแดน
หลังจากฝึกงานอยู่หนึ่งเดือนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ได้เอกสารทำรายงานครบครัน หลังจากนี้จะได้ทำงานจริงๆแบบได้ค่าจ้างเพราะห้องสมุดต้องการคนช่วยงานพอดี อะไรจะโชคดีขนาดนี้ ตกลงเซ็นสัญญากันเลย
งานของเราคือแสกนหนังสือติดบาร์โค๊ตเข้าระบบใหม่ ต่อไปลูกค้าจะยืม คืนหนังสือเองจากคอมพิวเตอร์ที่ทางห้องสมุดเตรียมไว้ให้ งานง่ายสบายๆทำอย่างมีความสุข หกเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ฝันร้ายก็เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อห้องสมุดหมดงบ มีการรีออกาไนส์ ปรับเปลี่ยนองค์กร สัญญาถูกเลิกจ้าง ต้องกลับมาเตะฝึ่นอีกครั้ง แต่ตอนนี้เราเรีบยจบแล้ว สอบผ่านทุกตัวแล้ว ดีใจจัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)